Attractions

สถานที่ท่องเที่ยว

1.สวนนกชัยนาท (CHAINAT BIRD PARK)

สวนนกชัยนาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพลอง หมู่ที่๔ ตำบลเขาท่าพระ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๖ บนพื้นที่ ๒๔๘ ไร่ ๑๓ ตารางวา สวนนกชัยนาทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและอนุรักษ์นก ตั้งแต่ในสมัยนายกุศล ศานติธรรมดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสวนนกชัยนาท ได้มีการพัฒนาด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันในสวนนกมีรงนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียครอบคลุมพื้นที่ ๒๖ ไร่ โดยปล่อยกให้นกชนิดต่างๆ อยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ภายในสวนนกยังมีสิ่งที่น่าสนใจให้ผู้เข้าชมสวนนกดังนี้


 

อาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

 

ชมนิทรรศการวิถีประมงไทย เรือจำลองลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา อาคารแสดงพันธ์ปลาฯ เป็นแหล่งรวบรวมปลาน้ำจืดพันธ์ต่างๆ มากกว่า ๙๐ ชนิด ปลาหายาก/สูญพันธุ์ ปลาเศรษฐกิจ ปลาอันตราย เช่น ปลาเสือตอ ปลาตองลาย ปลาเสือสุมาตรา ปลากดหิน เป็นต้น นักท่องเที่ยวจะตื่นตาในอุโมงค์แก้วพบกับปลาน้ำจืดสายพันธ์ยักษ์ ปลาบึกที่ได้ชื่อว่า “ฉลามน้ำจืด” อาคารพันธุ์ปลาเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.

 

ศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง

 

สวนนกชัยนาท เกิดขึ้นเพราะต้องการพัฒนาด้านการศึกษาเพื่อเปิดประตูสู่โลกแห่งการเรียนรู้เชิงวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และเพื่อรองรับการท่องเที่ยว โดยได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำพระบรมฉายาลักษณ์ และพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ซึ่งท่านได้รับการยกย่องจาก ประชาคมดาราศาสตร์ในระดับสากลว่า “King of Siam Eclipse” ด้วยการกล่าวถึงสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๑ มาจัดนิทรรศการที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง สถานที่นี้มีห้องฉายดาวจุ ๔๐ ที่นั่ง ไว้ให้บริการ เปิดให้เข้าชมวันละ ๖ รอบ เวลา ๐๙.๐๐, ๑๐.๐๐, ๑๑.๐๐, ๑๓.๐๐, ๑๔.๐๐ และ ๑๕.๐๐ น.

 

 

อาคารพิพิธภัณฑ์ไข่นก (Egg Museum)

 

เป็นอาคารที่รวบรวมไข่นกสายพันธ์ต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ให้ได้เรียนรู้ เปิดเข้าชมทุกวันระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.

 

สวนน้ำอวกาศ( Space Water Park)

 

ไฮไลต์ที่มาแรงล่าสุดในสวนนกชัยนาท นั่นคือ “สวนน้ำอวกาศ” ( Space Water Park) สวนน้ำที่อยู่บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและคลายร้อนให้ผู้ที่มาเที่ยวสวนนกในยามอากาศร้อนๆ ได้เป็นอย่างดี

 

ภายในสวนน้ำตกแต่งอย่างสดใสด้วยสีสันของยานอวกาศจำลอง สไลเดอร์น่าเล่น และไฮไลต์สำคัญคือ มีหุ่นยนต์ NAKA ROBOT สำหรับเล่นสไลเดอร์ ซึ่งมีจำนวน 5 ราง โดยสไลเดอร์มีความสูงประมาณตึก 4 ชั้น เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ มากทีเดียว อีกทั้งสนนราคาค่าเข้ายังนับว่าถูกมาก  

นอกจากนี้ยังมีอาคารร้านขายของจำหน่ายอาหารและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว มีห้องผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า รับของฝาก ฯลฯ อย่างสมบูรณ์แบบ ที่สะอาด ทันสมัยและปลอดภัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ถูกใจทุกเพศทุกวัย

สวนนกชัยนาทเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ส่วนสวนน้ำอวกาศเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.30-17.00 น. ถ้าเข้าสวนน้ำต้องจ่ายเพิ่มเติมในอัตราราคาผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ โทร. 0-5647-6624, 0-5647-6617 ต่อ 218 เว็บไซต์ www3.chainatpao.go.th

 

2.วัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุข)

วัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุข) ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลมะขามเฒ่า เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา สาเหตุที่ว่า “วัดปากคลองมะขามเฒ่า” กล่าวกันว่ามีต้นมะขามใหญ่ต้นหนึ่งขนาด ๓ คนโอบ ขึ้นอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาหน้าวัด วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารื่นรมย์และมีชื่อเสียงด้านพระเครื่องด้วย มีหลักฐานว่าหลวงปู่ศุขได้สร้างพระพิมพ์ประภามณฑล ด้วยเนื้อโลหะผสมทองคำ

สิ่งสำคัญภายในวัด มีดังนี้ รูปเหมือนพระครูวิมลคุณากร “หลวงปู่ศุข” กรมหลวงชุมพร เจ้าแม่กวนอิม มณฑป(หลวงปู่ศุข ได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๖) พระอุโบสถ ซึ่งภายในพระอุโบสถได้มีภายจิตรกรรมฝาผนังที่มีคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และมีข้าราชบริพารร่วมเขียนด้วย ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอมผนังด้านใต้มีภาพเขียนที่บอกเวลาเขียนไว้คือปี พ.ศ.๒๔๓๓

ในปัจจุบัน วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้รับการปรับปรุงจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาประจำ ภายในวัดคุณจะได้พบกับภาพฝีพระหัตถ์กรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์ ที่ท่านวาดให้หลวงปู่ศุขเมื่อตอนสร้างโบสถ์ และศาลากุฏิเก่าหลวงปู่ศุข ท่านสามารถนมัสการรูปหล่อหลวงปู่ศุข และกรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์ ภาพถ่ายที่มีมาตั้งแต่สมัยหลวงปู่ศุขท่านยังมีชีวิตอยู่ หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ศุข และมณฑปเก่าที่หลวงปู่ศุขยังสร้างไม่ทันเสร็จ ก็มรณะภาพเสียก่อน ทางจังหวัดได้บูรณะจนสวยงาม และวัตถุโบราณที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ศุข โดยความเชื่อและวิธีการบูชา ชาวจังหวัดชัยนาทและชาวไทยทั่วทุกสารทิศที่ศรัทธาในหลวงปู่ศุข เชื่อกันว่าบารมีของท่าน จะช่วยดลบันดาลให้ผู้ที่มากราบไหว้ขอพรถึงวัดปากคลองมะขามเฒ่า มีความสุขสมความปรารถนา มีสิริมงคลต่อชีวิตและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และยังเชื่อในการบูชาเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุข ว่าให้คุณทั้งในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน เปิดให้สักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-11.00 น. และ 14.00-17.00 น.

3.วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว)

       วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว) ตั้งอยู่เลขที่ ๑๖๖ หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองบัว สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๖๕ เดิมชื่อว่า “วัดหนองบัว” เนื่องจากหมู่บ้านนี้มีหนองน้ำและมีบัวหลวงมากมาย ผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา คือ สมเด็จเจ้าเถื่อน สมเด็จพร กับขรัวยายไข่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งหลังวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ภายในบริเวณวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ วิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูป รูปเหมือนหล่อ หลวงปู่ศุข กรมหลวงชุมพรฯ หลวงพ่อจาด อดีตเจ้าอาวาส ด้านหน้าวิหารมีพระพุทธรูปปางประทานพรสีทององค์ใหญ่ยิ้มรับผู้มาเยือน พระมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท นับเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดชัยนาท สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงครองราชย์สมบัติครบ ๕๐ ปี เพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุของพระอรหันต์สาวกไปบรรจุสถิตอยู่ ณ บุษบก ยอดพระเจดีย์ นอกจากนั้นยังมีพระร่วงเลิศฤทธิ์ และพระพุทธวงศ์ ๒๘ พระองค์ ประดิษฐานอยู่ในองค์เจดีย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นรูปสัตว์หิมพานต์สีทอง ทางขึ้น ๔ ทิศ เป็นบันไดนาค ศิลปะสวยงามมาก ว่ากันว่า ใครมาชัยนาทแล้วไม่ได้มาวัดปทุมธาราม ไม่ได้มาวัดปทุมธาราม ไม่ได้มากราบองค์พระเจดีย์ เหมือนมาไม่ถึงชัยนาท ปัจจุบันหลวงปู่นะ (พระครูปทุมชัยกิจ) พระเถระผู้มีอาวุโสสูงสุดของจังหวัดชัยนาท ผู้เป็นร่มโพธิ์บุญของศาสนา ยังคงแผ่เมตตาโปรดญาติโยมทั่วสารทิศ

 

4.วัดทรงเสวย

วัดทรงเสวย ตั้งอยู่เลขที่ ๖๓ บ้านหนองแค หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองน้อย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๐ เดิมมีนามว่า “วัดหนองแค” ตามชื่อบ้าน ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๔๕๑ (รศ.๑๒๗) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จตรวจลำน้ำเก่าโดยทางเรือ ทรงแวะพักเสวยพระกระยาหารที่วัดนี้อย่างเอร็ดอร่อย และได้พระราชทานนามว่า “วัดเสวย” ชาวบ้านเห็นเป็นราชาศัพท์ จึงเพิ่มคำว่า “ทรง” เป็น “วัดทรงเสวย” แล้วเรียกขานมาถึงปัจจุบันเมื่อพระองค์เสด็จกลับแล้ว ในปีต่อมาได้พระราชทานสิ่งของมายังวัด ประกอบด้วย บาตร ปิ่นโต พระขรรค์ ตาลปัตร ใบลาน ตะเกียงลาน เรือสำปั้น ป้านน้ำชา ๑ ชุด สิ่งของเหล่านี้ยังมีให้ชมอยู่ นับเป็นของพระราชทานที่สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่สำรวจมา

5.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี สังกัดสำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานที่รวบรวมเก็บรักษา อนุรักษ์ และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตำบลชัยนาท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท มีพื้นที่ ๓ ไร่ ๔๕ ตารางวา

         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ตั้งขึ้นด้วยความสนใจของพระชัยนาทมุนี (นวม สุทัตโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาทและอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร ซึ่งได้รวบรวมศิลปวัตถุโบราณวัตถุที่พบในเขตจังหวัดชัยนาทและบริเวณใกล้เคียงมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานของวัดเป็นจำนวนมาก  ต่อมา พระชัยนาทมุนีได้ยินดีมอบศิลปวัตถุ โบราณวัตถุดังกล่าวให้เป็นสมบัติของชาติ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของไทย ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานขึ้นในบริเวณใกล้กับวัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตั้งชื่อว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เพื่อเป็นที่ระลึกแด่พระชัยนาทมุนี เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ เป็นต้นมา

การเข้าชม

        เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐  – ๑๖.๐๐ น.

        ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และ วันหยุดนักขัตฤกษ์

  ค่าธรรมเนียมเข้าชม

        ชาวไทย ๑๐  บาท     ชาวต่างชาติ   ๕๐  บาท

        ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเข้าชม นักเรียน นักศึกษา ภิกษุ สามเณร นักบวชต่าง ๆ  

6.พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจันเสน

พูดถึงชื่อ “จันเสน” ขึ้นมา คงมีน้อยคนที่จะรู้จักว่าเป็นชื่อตำบลหนึ่งในอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และคงมีน้อยคนยิ่งขึ้นไปอีก ที่รู้จักว่า “จันเสน” นั้น เป็นเมืองโบราณตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรือในช่วงยุคโลหะตอนปลาย ต่อเนื่องมาถึงสมัยทวารวดีตอนต้นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา อายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปีมาแล้ว จันเสนถือเป็นเมืองที่ร่วมสมัยเดียวกับเมืองอู่ทองในลุ่มแม่น้ำท่าจีน และเมืองฟูนันในบริเวณใกล้ปากแม่น้ำโขง

เมืองจันเสนถือเป็นเมืองแรกๆ ในสุวรรณภูมิที่มีการติดต่อกับอินเดีย และเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองต่อมาอยู่หลายปี แต่เมื่อทางน้ำได้ตื้นเขินลง ก็ทำให้เมืองจันเสนร่วงโรยไปเช่นเดียวกับเมืองโบราณหลายๆ แห่งที่อยู่ในแถบลุ่มน้ำนี้ จนเมื่อมีการศึกษาพื้นที่และภาพถ่ายทางอากาศโดยอาจารย์นิจ หิญชีระนันทน์ ในปี พ.ศ.2509 เมืองโบราณแห่งนี้จึงได้ถูกค้นพบ โดยบริเวณเมืองโบราณจันเสนนั้นเป็นเนินดินสูงกว่าพื้นที่รอบนอก และล้อมรอบด้วยคูเมืองที่ยังพอมองเห็นได้ชัดเจนในปัจจุบัน ชาวบ้านจึงเรียกเนินดินนั้นว่า “โคกจันเสน” แต่ในวันนี้ไม่มีซากโบราณสถานให้เห็นเพราะขุดทำลายไปเสียหมดแล้ว เหลือก็แต่เพียงโบราณวัตถุต่างๆ มากมายที่มีการขุดค้นพบ เช่น พระพิมพ์ต่างๆ ตราดินเผา ตุ๊กตาดินเผา ตะเกียงดินเผา เศษภาชนะดินเผาประดับลวดลาย ลูกปัดและเครื่องประดับที่เหมือนกับที่พบในอินเดียและแคว้นฟูนัน

ข้าวของเหล่านั้นได้ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดจันเสน ในอำเภอตาคลี และต่อมา “หลวงพ่อโอด” หรือพระครูนิสัยจริยคุณ เจ้าอาวาสวัดจันเสนในสมัยนั้นก็ได้มีความคิดที่จะสร้าง “พระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสน” ขึ้นภายในวัด พร้อมทั้งจะจัดพื้นที่ภายในเจดีย์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวและข้าวของที่ขุดพบในเมืองโบราณจันเสนพร้อมกันไปด้วย

แต่หลวงพ่อโอดมรณภาพไปเสียก่อนที่พระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสนจะสร้างเสร็จ พระครูนิวิฐธรรมขันธ์ หรือ “หลวงพ่อเจริญ” เจ้าอาวาสรูปต่อมาจึงเป็นกำลังสำคัญที่สานต่องานพิพิธภัณฑ์จนเสร็จสมบูรณ์ลงในปี พ.ศ.2539 และต่อมาในปี พ.ศ.2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้เสด็จมาเปิดพิพิธภัณฑ์จันเสนอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังได้ทอดพระเนตรการจัดแสดงข้าวของต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์โดยทั่วถึงอีกด้วย

ดังนั้นหากใครได้มาเยือนที่วัดจันเสน จึงต้องไม่พลาดที่จะได้มากราบพระมหาธาตุในองค์เจดีย์ ซึ่งเป็นศิลปะแบบทวารวดี กราบหลวงพ่อนาค พระพุทธรูปปางนาคปรกอันศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนที่นำมาจากเมืองลพบุรี และต้องไม่พลาดชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจันเสนที่ตั้งอยู่ด้านล่างองค์เจดีย์ด้วย

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจันเสน ตั้งอยู่ที่วัดจันเสน ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน สำหรับยุวมัคคุเทศก์จะมีให้บริการในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หากเข้าชมเป็นหมู่คณะ โปรดติดต่อล่วงหน้าได้ที่โทร.0-5633-9115 ถึง 6

7.วัดไกลกังวล (เขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม)

วัดไกลกังวล (เขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม) ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเชี่ยน ห่างจากตัวเมืองชัยนาท ๔๘ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๑ ถึงสี่แยกหันคา เลี้ยวซ้ายไป ๔ กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางขวามือ เลี้ยวขวาเข้าวัดไป ๑.๗ กิโลเมตร จะเห็นรั้วคอนกรีตรอบบริเวณเขตพื้นที่ของวัดยาวประมาณ ๕,๐๐๐ เมตร วัดไกลกังวลเป็นวัดโบราณสมัยลพบุรี แต่ต่อมาตกอยู่ในสภาพร้างได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ บริเวณวัดมีนกยูง กวาง บนยอดเขาของวัดยังคงปรากฏซากการสร้างโบสถ์และรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ หากยืนอยู่บนยอดเขาแห่งนี้จะเห็นทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทุกปีช่วงหลังออกพรรษาจะมีงานประเพณีตักบาตรเทโว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Visitors: 30,423